เรื่อง   :    นพ.ภาสกิจ  วัณนาวิบูล

สามหลวงสหคลินิก

www.samluangclinic.com

 

Energy Medicine

จุดร่วมของแพทย์ทางเลือก กับ การแพทย์แผนปัจจุบัน  (ตอน 2)

 

เนื่องจากคลื่นสนามแม่เหล็กไฟฟ้าส่งออกมาจากเนื้อเยื่อ อวัยวะต่างๆ รวมทั้งที่ส่งมาจากเชื้อโรคในร่างกายหรือสิ่งแวดล้อมต่างๆภายในและรอบตัวเรา ทำให้การจับสัญญาณและแยกแยะคลื่นความถี่ของเนื้อเยื่ออวัยวะภายในที่แม่นยำและมีความละเอียดขนาดเล็กเป็นไปได้ยาก จึงต้องใช้เทคโนโลยีในการแยกแยะวิเคราะห์ การแกว่งตัวของความถี่ต่างๆที่มีผลกระทบหรือแทรกซ้อนต่อกัน ซึ่งต้องเป็นเทคโนโลยีชั้นสูง เรียกว่า Non – Linear Systems Analysis หรือ NLS

การส่งคลื่นสัญญาณจำเพาะจากเซนเซอร์(Sensor)ที่มีความไหวสูง ไปยังอวัยวะเนื้อเยื่อที่ต้องการผ่านบริเวณไฮโปธารามัส  แล้วจับสัญญาณที่อวัยวะนั้น นำมาขยายสัญญาณ ส่งมาแปรผลเป็นระดับพลังงานต่างๆด้วยการแสดงเป็นสี เช่น         

       

                                สีขาว                       อยู่ในภาวะสมบูรณ์

                                สีเหลือง                  อยู่ในภาวะปกติ

                                สีเขียว                     อยู่ในภาวะเครียด

                                สีแดง                      อยู่ในภาวะเริ่มเสียสมดุล

                                สีน้ำเงิน                   อยู่ในภาวะเสียสมดุล

                                สีดำ                         อยู่ในภาวะเสียสมดุล ภาวะเสื่อม (เนื้อเยื่อถูกทำลาย)




แนวทางการป้องกันหรือรักษาโรค

 แนวทางในการป้องกันและรักษาโรคของการแพทย์แผนจีน ใช้หลักการ

 1. ปรับสมดุลยินหยาง : การปรับคลื่นความถี่ โดยเพิ่มพลังร้อน (เสริมหยาง)  หรือลดความร้อน (เสริมยิน) จากอาหาร, สมุนไพร, การฝังเข็มหรือรมยา

 2. การปรับการไหลเวียนพลังไม่ให้ติดขัด คือ ทำให้การสื่อสารระหว่างเซลล์หรืออวัยวะราบรื่น โดยการส่งความถี่หรือคลื่นสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่เหมาะสม ไม่ติดขัด, ไม่ถูกรบกวน เช่นการฝังเข็มทะลวงหรือปรับพล้งลมปราณ

 3. พยุงเจิ้งชี่และขับเสียชี่ (สิ่งก่อโรค) เสริมภาวะสมดุลพื้นฐานของร่างกายและขจัดสิ่งก่อโรคออกจากร่างกาย

 Bioresonance มาจาก  Bio คือ ชีวิต Resonance คือการพ้อง การคล้องจ้อง สิ่งมีชีวิตทั้งหลาย เซลล์ทุกเซลล์จะก่อความถี่จำเพาะก่อรูปเป็นสนามแม่เหล็กรวมของอวัยวะหรือร่างกายทั้งร่างกาย  เราสามารถหาความผิดปกติจากคลื่นความถี่ที่ส่งออกมา ในทางกลับกันสามารถใช้คลื่นที่เหมาะสมไปปรับสภาพให้ปกติเข้าสู่ภาวะปรับสมดุล

 การปรับคลื่นสู่ภาวะธรรมชาติมีวิธีการและเทคนิคใหญ่ๆ  2 แบบ คือ 

  • · กรณีที่คลื่นความถี่ผิดปกติมากเกินไป (ภาวะแกร่ง) ต้องใช้วิธีลดความถี่ลง โดยการเปลี่ยนความถี่ที่ได้รับจากผู้ป่วย เป็นความถี่รูปร่างตรงกันข้าม  ส่งกลับไปหักล้าง เป็นการลดทอนพลังส่วนเกินให้น้อยลง เรียกวิธีการนี้ว่า BRT (Bioresonance Therapy) หรือ Mora Therapy ซึ่งเทียบได้กับ วิธีการขับระบายสิ่งก่อโรคหรือเสียชี่ (邪气)



  • · กรณีที่ต้องการปรับสภาพของอวัยวะให้เข้าสู่ภาวะปกติ  โดยความถี่ในช่วงความถี่ธรรมชาติของมัน เหมาะสำหรับสิ่งก่อโรคไม่รุนแรงและร่างกายอ่อนแอ เรียกว่า META THERAPY (Frequency Compensation)




เทคนิคการขับส่วนเกินและการเสริมส่วนขาดหรือปรับอวัยวะเนื้อเยื่อให้สู่ภาวะปกติ(สมดุล)  ต้องประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับสภาพที่เป็นจริง โดยทั่วไปโรคที่เรื้อรัง มักมีสิ่งก่อโรค สารพิษอยู่ในร่างกาย ในขณะที่ร่างกายก็มักจะอ่อนแอร่วมด้วย

 

การพยุงเจิ้งชี่ และขับเสียชี่ หรือการใช้คลื่นบำบัดด้วยเครื่องมือสมัยใหม่ที่เทียบเคียงได้ คือ BRT (Bioresonance Therapy) และ META THERAPY (Frequency Compensation) จึงเป็นแนวทางรักษาในการปรับสมดุลเชิงพลังงาน ที่น่าสนใจและไม่ควรมองข้าม