เรื่อง   :    นพ.ภาสกิจ  วัณนาวิบูล

สามหลวงสหคลินิก

www.samluangclinic.com


 

Bioresonance Therapy   กับบทบาทในการป้องกัน สร้างเสริมสุขภาพและการรักษาโรค

生物共振疗法与防治保健作用


 


 -ความเชื่อที่ว่า “หมอที่เก่งที่สุดคือตัวเรา”

 -ร่างกายมนุษย์มีความสามารถในการรักษาตัวเอง   (the body’s ability to heal itself)

 -ในภาวะที่เหมาะสม ร่างกายจะสามารถ “ปรับสภาพตัวเอง เข้าสู่สมดุลได้”

 

การเปลี่ยนแปลงความเชื่อจากเดิมที่ว่า การเกิดโรคและอาการที่ไม่สบายต่างๆ เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติของสารชีวเคมีของร่างกาย ทำให้การสื่อสารระหว่างเซลล์ผิดเพี้ยน

มาเป็นความคิดของฟิสิกส์สมัยใหม่ที่ว่า การสื่อสารของเซลล์ต่างๆ เป็นการสื่อสารกันด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทำให้แนวทางการรักษาโรคด้วยยาเคมี ซึ่งมีผลข้างเคียงอย่างมาก รวมทั้งเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ยั่งยืนในระยะยาวเพราะเข้าไปแก้ที่ปลายเหตุ และยังเป็นการเพิ่มสารพิษ สิ่งแปลกปลอม เข้าไปในระบบต่างๆของร่างกาย ซึ่งจะมีผลต่อสนามแม่เหล็กไฟฟ้าของเซลล์และอวัยวะต่างๆ ทำให้การส่งคลื่นความถี่ผิดปกติ ไม่เป็นธรรมชาติ สร้างปัญหายุ่งยากซับซ้อนของการสื่อสารระหว่างเซลล์มากขึ้น


 วิธีสร้างสมดุลของแพทย์แผนจีนโบราณ ในการต่อสู้กับโรภัยไข้เจ็บคือ การพยุงเจิ้งชี่และการขับเสียชี่ (สิ่งก่อโรค) (扶正祛邪


 


1.การขับเสียชี่(祛邪) หรือสิ่งก่อโรค (ปัจจัยภายนอก)

           การทดลองของ Franz Morell (ชาวเยอรมัน ปี 1977) พบว่า การใช้คลื่นความถี่ธรรมชาติที่ตรงข้าม (Inverting Information) จะสามารถทำลายสิ่งก่อโรคจากภายนอก เช่นไวรัส, เชื้อรา, แบคทีเรีย, หรือสิ่งแปลกปลอมต่างๆได้

           การรับความถี่ที่ผิดปกติของผู้ป่วยแล้วปรับคลื่นความถี่นั้นในทิศทางตรงข้ามส่งกลับเข้าไปในตำแหน่งผิดปกติของอวัยวะนั้น จึงเป็นการใช้คลื่นรักษาหรือขจัดสารพิษสิ่งแปลกปลอม ในร่างกาย ที่มีความจำเพาะกับบุคคลและอวัยวะที่มีปัญหา เป็นพื้นที่จำเพาะที่ค้นพบความผิดปกติเท่านั้น

           เป็นการใช้คลื่นที่มีความจำกัดขอบเขตและเป็นปัจเจกตามสภาพที่เป็นจริงของผู้ป่วยแต่ละราย บางคนเรียกวิธีนี้ว่า BRT (Bioresonance therapy) หรือ Mora therapy (ใช้ชื่อของ Franz Morell และ Erich Rasche)


 2.การพยุงเจิ้งชี่ (扶正)หรือเสริมปัจจัยภายใน

           การปรับสภาพให้เซลล์หรืออวัยวะอยู่ในภาวะอุดมคติหรือภาวะธรรมชาติ  เพื่อส่งเสริมให้กลไกการรักษาตัวเองและศักยภาพในการขับสิ่งแปลกปลอมของร่างกายสมบูรณ์ที่สุด(แพทย์จีนใช้การปรับสมดุลยินหยางเลือดและพลัง调和阴阳气血) วิธีการนี้จะใช้คลื่นที่มีความถี่ที่เป็นคลื่นธรรมชาติเข้าไปปรับเสริมให้คลื่นที่มีลักษณะพลังอ่อนแอหรือมีความถี่น้อย กลับเข้าสู่ภาวะที่มีพลังมากขึ้น แข็งแรงขึ้น เหมาะสำหรับภาวะพร่อง ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคเรื้อรังต่างๆ ซึ่งเป็นผลจากร่างกายพร่อง หรือร่างกายอ่อนแอจากการเป็นโรคนานๆ บางคนเรียกการใช้คลื่นนี้ว่า การปรับคลื่นความถี่ทดแทน (Frequency compensation) หรือ META therapy

 

         

 

           สรุปจุดมุ่งหมายในการการป้องกัน สร้างเสริมสุขภาพและรักษาโรคมี 2 ด้าน คือ

 

1.ฟื้นการทำงานของเนื้อเยื่ออวัยวะ (เสริมเจิ้งชี่) เสริมสภาพร่างกายกลับสู่สมดุลเป็นหลัก ทำให้ศักยภาพในการรักษาตัวเอง (Healing power) หรือพลังธรรมชาติของร่างกายทำงานปกติ

 2.ขจัดสิ่งก่อโรค สิ่งแปลกปลอม ไม่ว่าจะเป็นไวรัส, แบคทีเรีย, เชื้อรา และลดการอักเสบ (ขจัดเสียชี่)

 

          เมื่อหมอของร่างกายทำงาน การใช้ยาจากภายนอกก็จะน้อยลง ร่างกายก็จะได้รับการกระทบจากสารเคมี หรือสิ่งแปลกปลอมที่จะมาทำลายสมดุลในระยะยาวน้อยลงด้วย

 

          บทบาทของการรักษาด้วย Bioresonance จึงมีบทบาทในการป้องกัน ส่งเสริมสุขภาพ และช่วยในการบำบัดรักษาโรคต่างๆ กว้างขวาง ร่วมกับการรักษาโรคแบบแพทย์แผนปัจจุบัน และจะช่วยทำให้เราพึ่งพายาจากภายนอกน้อยลง ใช้ยาในร่างกายเป็นหลักมากขึ้น ทั้งยังเป็นการจะป้องกันการเกิดโรคแต่เนิ่นๆ


 


          ปัจจุบันการรักษาแบบนี้ ได้ถูกนำมาใช้ปรับสมดุลของโรคในระบบต่างๆเช่น

 -โรคภูมิแพ้ต่างๆ โรคผิวหนัง ผื่นคัน โรคหืดหอบ

 -โรคของระบบประสาทต่างๆ การนอนไม่หลับ การทำงานของสมองมากเกินไป

 -โรคของประสาทส่วนปลาย การปวดศีรษะไมเกรน การปวดศีรษะจากความเครียด

 -โรคการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ระบบสืบพันธุ์

 -โรคของระบบทางเดินอาหาร แผลในกระเพาะอาหาร

 -โรคตับ ถุงน้ำดี

 -โรคของระบบฮอร์โมนต่างๆ

 -การขับสารพิษ สิ่งแปลกปลอมต่างๆ ในร่างกาย

 -การกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันการเกิดมะเร็ง

 -การกระตุ้นการทำงานของอวัยวะภายในต่างๆ ให้ทำงานเข้าสู่ภาวะสมดุล


 


          ทั้งหมดนี้ บางครั้งสามารถเป็นบทบาทหลัก หรือบางครั้งมีบทบาทเสริม ร่วมกับการแพทย์แผนจีน การแพทย์ทางเลือกต่างๆและการแพทย์แผนปัจจุบัน โดยหลักการคือ การเสริมสร้างสุขภาพในการป้องกันและรักษาโรคด้วยศักยภาพของร่างกายเราเอง